ศาลาหลวงพ่อบัว

ศาลาหลวงพ่อบัว สร้างโดยย้ายศาลาเดิมที่อยู่ฝั่งซ้าย รื้อเอาศาลาเดิมย้ายมาสร้างใหม่ แต่ในขณะที่ย้ายได้ปรากฎการณ์ อัศจรรย์ มีนำ้ไหลนองพื้นทำให้เด็กวัดสงสัยและพากันหาสาเหตุที่มีน้ำไหลนองพื้นแต่ก็ไม่พบ จนได้ย้าย พระปางอุ้มบาตร มาประดิษฐานที่ ศาลาที่สร้างใหม่จึงได้พบว่ามีน้ำไหลออกจากใต้พระหัตถ์องค์พระเป็น หยดน้ำใสไหลออกมาตลอด ทางวัดจึงได้ล้อมรัวและเปิดให้ชาวบ้านได้เข้าชม และขอพรตลอดทั้งวัน หลวงพ่อวิบูลสีลวัฒน์ จึงได้ตั้งชื่อ พระว่า หลวงพ่อน้ำมนต์ทิพย์ และได้เก็บน้ำที่ไหลจากใต้หัตถ์ทำน้ำมนต์แจกจ่ายให้กับสาธุชนที่มาสักการะบูชาหลวงพ่อน้ำมนต์ทิพย์มาโดยตลอด โดยท่านได้อธิฐานว่าของให้ได้เงินสร้าง ศาลาเฉลิมพระเกียรติ และ มนฑป ให้แล้วเสร็จสำเร็จดั่งใจหวัง เมื่อส้รางศาลาและมนฑป แล้วเสร็จน้ำที่พระหัตถ์ก็ค่อยๆๆไหลน้อยลงจนปัจจุบันแทบไม่เห็นน้ำหยดออกมาแล้ว


   ศาลาหลวงพ่อบัว ถือว่าเป็นแหล่งรวมสิ่งศักสิทธิ์ไว้มากมาย โดยมีทั้ง รูปหล่อ พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ เจ้าอาวาส รูปที่ ๑ หลวงพ่อบัว รูปที่ ๒ หลวงพ่ออ้น 

  รูปที่ ๓ หลวงพ่อพิน รูปที่ ๔ หลวงพ่อ อยู่ และพระอุปัชฌาย์ กฤษ วัดท้องคุ้ง และ หลวงพ่อเที่ยง หลวงพ่อเปิ่น หลวงพ่อโสธร(จำลอง) รอยพระพุทธบาท (จำลองมีเพียง ๕ รอยในประเทศ) ท้าวเวสสุวรรณ พระพิฆเนศ พระปางนาคปรก ท้าวจตุคามรามเทพ ๓ องค์ ฆ้องยักษ์ ลูบเสี่ยงทายโชค กลองยักษ์ ที่ชาวบ้าน

  กกกอก ตำบล งิ้วด่าน อำเภอเมือง จังหวัด สกลนคร ธันวาคม ๒๕๔๖ ได้สร้างถวายไว้ เซียมซีเสี่ยงโชค ตู้ใส่บาตรพระประจำวัน และมีดอกไม้ ธูปเทียนไว้ให้บูชาตาม

 กำลังศัรทธา และมี จุดถวาย สังฆทานภายในศาลาด้วย และมีผู้ดูแลประจำ ๒ คน คือ โยม อุ่นเรือน กันสิทธิ์  และ โยม แดง คอยดูแล 

 แลกธนบัตรและแนะนำจุดต่างๆ ศาลาหลวงพ่อนั้นพระครูวิบูลสีลวัฒน์ ตั้งใจสร้างไว้ชั่วคราว ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙

 และก็ยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน เพราะแรงศรัทธาญาติโยมที่ทำบุญมาไม่ขาดสายจึงปิด ซ่อมแซม หรือ ปรับปรุงทันทีไม่ได้ จึงได้ใช้งานมาตลอด