หลวงพ่อเที่ยง กีสนาคะ

หลวงพ่อเที่ยง วัดบางหัวเสือ ท่านเกิดเมื่อปีมะโรง วันจันทร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๑๐(๑๑)

 ที่บ้านบางฝ้าย ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการเป็ยนบุตร นายคล้าย อำแดงมอญ ซึ่งบรรพบุรุษของท่านย้ายมาจากชัยนาทมาตั้งถิ่นฐานที่ ต.บางหัวเสือ ในวัยเยาว์อายุาราว ๙ ปี บิดาของท่านได้นำไปฝากพระอาจารย์บัว วัดบางหัวเสือ เพื่อร่ำเรียนอักขระมนต์คาถาตลอดจนเมื่อถึงอายุครบบวช ๒๐ ปี (บางประวัติท่านก็ว่าบวชตั้งแต่เป็นสามเณร)

ได้อุปสมบทที่วัดบางหัวเสือ ในบี ชวด เมื่อวันจันทร์ ที่ ๙ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน กรกฎาคม(แปดหลัง) โดยมี



                   เจ้าอธิการ บัว เป็น พระอุปัชฌาจารย์

                    หลวงพ่อพิน เป็น พระกรรมวาจาจารย์

                    หลวงพ่ออ้น เป็น พระอนุสาวนาจารย์

 ได้รับฉายาว่า ' กีสนาคะ ' (ผู้ประเสริฐร่างผอม)

เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุแล้วก็ได้ศึกษาอาคมพระเวทย์เพิ่มเติมจากหลวงปู่บัวและหลวงพ่อพินทั่ง ๒ พระอาจราย์ได้ถ่ายทอดวิชาอาคมแก่หลวงพ่อเที่ยงอย่างเจนจบครบทุกกระบวน จนสำเร็จพระเวทย์อาคมชั้นสูงหลายวิชาและพร้อมกันนั้นได้ปฏิบัติตนในฐานะลูกศิษย์ตลอดมา เมื่อท่านได้บวชได้พรรษาที่ ๓ หลวงปู่บัวได้มรณะภาพลงในปี พ.ศ.๒๔๓๕ (ระหว่างนี้สันนิษฐานได้ว่าหลวงพ่ออ้นได้ รักษาการแทนอยู่ระยะหนึ่งแล้วหลวงพ่อพินได้เป้นเจ้าอธิการใน ปี ร.ศ. ๑๑๔(นำ๒๓๒๔+๑๑๔ ได้ พ.ศ.๒๔๓๘)จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๕๒ หลวงพ่อพิน ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อเที่ยงอีกองค์หนึ่งได้มรณะภาพลง ขณะนั้นหลวงพ่อเที่ยงมีอายุ ๔๑ ปี ชาวบ้านบางหัวเสือจึงได้นิมนต์หลวงพ่อเที่ยงให้เป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อพิน แต่หลวงพ่อเที่ยงท่านไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการปกครอง ท่านต้องการปฏิบัติองค์อย่างสมถะจึงไม่รับตำแหน่งเจ้าอาวาส ของเป็นพระลูกวัดธรรมดาเท่านั้น และตำแหน่งเจ้าอาวาสก็เป็นของหลวงพ่ออยู่ ซึ่งตอนแรกหลวงพ่ออยู่ท่านก็ปฏิเสธไม่รับตำแหน่งนี้ ท่านเห็นว่าหลวงพ่อเที่ยงอยู่วัดนี้มาก่อนควรที่จะได้รับต่ำแหน่งมากกว่า ( หลวงพ่ออยู่อาวุโสกว่าหลวงพ่อเที่ยง ๒ ปี ย้ายมาจากวัดราชสิทธาราม ฝั่งธนบุรี แต่หลวงพ่อเที่ยง บวชก่อนหลวงพ่ออยู่ ๙ วัน )ด้านหลวงพ่อเที่ยงก็ปฏิเสธเช่นกันเพราะเห็นว่าหลวงพ่ออยู่อาวุโสกว่าและเชี่ยวชาญในด้านพัฒนาวัด อีกทั้งสุขภาพไม่ค่อยจะสู่ดีมีโรคภัยรบกวนสุขภาพ จึงยกตำแหน่งเจ้าอาวาสให้กับหลวงพ่ออยู่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อเที่ยงใช้ชีวิตในร่มกาสาวพัตร์ บำเพ็ญเพียรอย่างมุ่งมั่น ปฏิบัติกิจของสงฆ์มิเคยขาด (ถึงกระนั้นชาวบ้านบางหัวเสือก็ยังถือว่า เป็นวัด ๒ เจ้าอาวาส คือได้ยกย่องหลวงพ่อเที่ยง เสมอตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้นเอง)จึงทำให้หลวงพ่อมีฌาณสมาบัติสูง มีอำนาจจิตกล้าแข็ง อาคมขลัง เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านบางหัวเสือ จวบจนทั้ง อ.พระประแดง จนกระทั่งมาปี พ.ศ. ๒๔๗๐ หลวงพ่อเที่ยงได้มีอายุครบ ๖๐ ปี บรรดาชาวบ้านและลูกศิษย์ได้จัดงานทำบุญอายุของหลวงพ่อที่วัดบางหัวเสือขึ้น ชาวบ้านและลูกศิษย์จึงได้จัดสร้างเหรียญถวายแก่หลวงพ่อเที่ยง ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปกรมห่วงเชื่อมด้านหน้าแกะบล็อคเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ และมีข้อความล้อมรอบว่า 

' ที่รฤกในการทำบุญอายุครบ ๖๐ ปี พระอาจารย์เที่ยงวัดบางหัวเสือ ๒๔๗๐' ส่วนด้านหลังเหรียญเป็นพื้นที่ด้านหลังเรียบหลวงพ่อลงเหล็กจาร มีเพียงบล็อคเดียวและเป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ทันหลวงพ่อ เหรียญหลวงพ่อเที่ยง วัดบางหัวเสือ ถือว่าเป็นเหรียญพระสงค์ยุคแรก ๆ ของ สมุทรปราการเลยก็ว่าได้  หลวงพ่อเที่ยงได้มรณะลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๑(๗๒) สิริอายุได้ ๖๑ ปี พรรษาที่๔๑ นับว่าเป็นการสูญเสียบูรพาจารย์ องค์เก่ง อีกองค์ของวัดบางหัวเสือ

  พระเภระที่หลวงพ่อได้ร่วมอุปสมบทและได้เจริญก้าวหน้าในพระพุทธศาสนา เช่น 

 หลวงพ่อ เผย ฐานังกโร วัดบางหญ้าแพรก มี 

 หลวงพ่อ ฉ่ำ วัดท้องคุ้งเป็น พระอุปัชฌาย์ 

 หลวงพ่อ เที่ยง วัดบางหัวเสือ เป็น พระกรรมวาจา

 หลวงพ่อ เชย วัดบาง กระสอบ เป็นพระ อนุสวนาจารย์  อุปสมบท ที่วัดบางหญ้าแพรก ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ก่อนท่านมรณะภาพ ๑ ปี