วิธิอุปสมบทแบบ อุกาสะ

  •  การบรรพชาสามเณรและอุปสมบทพระภิกษุ ของวัดบางหัวเสือ มหานิกาย ได้ใช้แบบการขอบวชแบบ อุกาสะ (ขอโอกาส) มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล หลวงพ่อพระครูวิบูลสีลวัฒน์ จึงได้ดำเนินรอยตาม พระบูรพาจารย์ มาจนถึงในปัจจุบัน และเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้มาบวชใหม่ได้เข้าใจในพิธีการจึงได้รวบรวมเนื้อหาสาระมาไว้รวมกันเพื่อความสะดวกแก่ผู้มาบวชใหม่ ดังนี้แล...
  •  
  •  
  •  
  •   
  • คำวันทาสีมา .
  • อุกาสะ วันทามิ ภันเต,                                          ข้าพระพุทธเจ้าขอวโรกาส กราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้า,
  • สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,                           ขอพระองค์ได้อดโทษทั้งปวง แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด
  • มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,                   ข้าพระพุทธเจ้าสร้างบุญอะไรไว้ ขอพระองค์ผู้เป็นนายพึงอนุโมทนา
  • สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,                        พระองค์ทรงบำเพ็ญบุญอะไรไว้ พึงประทานแก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด,
  • สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ.                                           ข้าพระพุทธเจ้า ขออนุโมทนาบุญ.
  • คำวันทาพระประธาน
  • (นั่งคุกเข่า ประนมมือ กล่าวว่า)
  • สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต    ขอพระองค์ได้อดโทษทั้งปวง แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด,
  • (กราบ ๑ ครั้ง ประนมมือ กล่าวว่า)
  • อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง,        ข้าพระพุทธเจ้าขอวโรกาส ที่ได้พลั้งพลาดด้วย กาย วาจา ใจ,
  • สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต   ขอพระองค์ได้อดโทษทั้งปวง แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด,
  • ( กราบ ๑ ครั้ง แล้วยืนขึ้น ประนมมือ กล่าวว่า)
  • วันทามิ ภันเต,                                      ข้าพระพุทธเจ้า กราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้า,
  • สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,               ขอพระองค์ได้อดโทษทั้งปวง แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด,
  • มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,       ข้าพระพุทธเจ้าสร้างบุญอะไรไว้ ขอพระองค์ผู้เป็นนายพึงอนุโมทนา
  • สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,           พระองค์ทรงบำเพ็ญบุญอะไร พึงประทานแก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด
  • สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ.                              ข้าพระพุทธเจ้า ขออนุโมทนาบุญ
  • (นั่งคุกเข่า ประนมมือ กราบ ๓ ครั้ง)
  • เมื่อได้เวลาบรรพชาให้โปยทาน ญาติโยมแล้วพานาคก้าวเข้าโบสถื(ไม่ต้องอุ้มนาคแตะคานประตูเพราะอาจจะตกลงมาได้)เริ่มตั้งใจบูชาพระและรับศีล
  • คำบูชาพระ
  • อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ
  • อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
  • อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ
  • คำนมัสการพระรัตนตรัย
  • อะระหัง สัมมา สัมพุทโธภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อภิวาเทมิ(กราบ)
  • พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลส
  • เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
  • ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)
  • สะวาขาโต ภะคะวะตาธัมโม ธัมมังนะมัสสามิ(กราบ)
  • พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า,
  • ตรัสไว้ดีแล้ว , ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระธรรม (กราบ)
  • สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ(กราบ)
  • พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,
  • ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)
  • คำอาราธนาศีล ๕
  • มะยังภันเต วิสุงวิสุง รักขะนะธายะ ติสะระเน นะสะหะ ปัญจะ ศีลานิยาจามะ
  • (ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอศีล ๕ พร้อมกับสรณะ ๓)
  • ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุงวิสุง รักขะนะธายะ ติสะระเน นะสะหะ ปัญจะ ศีลานิยาจามะ
  • (ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๒ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอศีล ๕ พร้อมกับสรณะ ๓)
  • ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุงวิสุง รักขะนะธายะ ติสะระเน นะสะหะ ปัญจะ ศีลานิยาจามะ
  • (ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๓ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอศีล ๕ พร้อมกับสรณะ ๓)
  • เสร็จแล้วว่าตามพระ อัปัชฌาย์ หรือ พระกรรมวาจาจารข์
  • เริ่มพิธี กราบ บิดา-มารดา ๓ หน ประนมมือน้อมตัวรับผ้าไตรจาก บิดา-มารดา ญาติผู้ใหญ่
  • อุ้มผ้าไตร เดินเข่าเข้าไปหาอุปัชฌายะ ผู้อุปสมบทพึงรับผ้าไตรอุ้มประนมมือเดินเข่าเข้าไปหาอุปัชฌายะ วางผ้าไตรไว้ข้างตัว ด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระอุปัชฌายะ แล้วกราบลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง แล้วอุ้มผ้าใครประนมมือเปล่งวาจา ถึงสรณะและขอบรรพชาด้วยคำมคธ(บาลี)
  • คำขอบรรพชา
  • อุกาสะ วันทามิ ภันเต,                             ขอโอกาส กระผมขอกราบไหว้ท่าน ขอรับ,
  • สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,              ขอท่านได้โปรดอดโทษทั้งปวง แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,       กระผมสร้างบุญอะไรไว้ ขอท่านผู้เป็นนายพึงอนุโมทนา,
  • สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,           ท่านบำเพ็ญบุญอะไรไว้ พึงให้แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ,                              กระผม ขออนุโมทนาบุญ,
  • อุกาสะ การุญญัง กัตวา,                           ขอโอกาส ขอท่านโปรดอนุเคราะห์,
  • ปัพพัชชัง เทถะ เม ภันเต                           ให้การบรรพชา แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • (นั่งคุกเข่า ประนมมือ กล่าวว่า ขอบรรพชา)
  • อะหัง ภันเต , ปัพพัชชัง ยาจามิ.                   ท่านขอรับ กระผมขอบรรพชา
  • ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต , ปัพพัชชัง ยาจามิ.          ท่านขอรับ กระผมขอบรรพชา แม้ครั้งที่สอง
  • ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต , ปัพพัชชัง ยาจามิ.         ท่านขอรับ กระผมขอบรรพชา แม้ครั้งที่สาม
  •  สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ,   นิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ                         ขอท่านโปรดอนุเคราะห์ รับผ้ากาสาวะนี้ ให้กระผมบวช
  •  อิมัง กาสาวัง คะเหตวา,ปัพพาเชถะ มัง ภันเต , อะนุกัมปัง อุปาทายะ.           เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เป็นเครื่องสลัดออกจากทุกข์ทั้งปวงเถิด ขอรับ  
  •  (กล่าว ๓ หน)
  • (ตั้งแต่ สัพพะทุกขะ มา ว่า ๓ หน น้อมถวายผ้าไตรแด่ พระอุปัชฌาย์ ๆ รับผ้าไตร แล้วว่าต่อไป)
  • สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ,นิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ ,                          ขอท่านโปรดอนุเคราะห์ ให้ผ้ากาสาวะนั้น ให้กระผมบวช
  •  เอตัง กาสาวัง ทัตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต , อะนุกัมปัง อุปาทายะ.           เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เป็นเครื่องสลัดออกจากทุกข์ทั้งปวงเถิด ขอรับ
  • (กล่าว ๓ หน)
  • พระอุปัชฌาย์สวมอังสะให้แก่นาค ให้น้อมรับยกมือขวา สอดเข้าไปในอังสะแล้วประนมมือ
  • พระอุปัชฌาย์บอก ปัญจกัมมัฏฐาน ให้ฟังแล้วว่าตาม
  • เกสา, โลมา, นะขา, ทันตา, ตะโจ, (อนุโลม)                  ผม,ขน,เล็บ,ฟัน,หนัง (ตามลำดับ)
  • ตะโจ, ทันตา, นะขา, โลมา, เกสา. (ปฏิโลม)                  หนัง,ฟัน,เล็บ,ขน,ผม (ทวนลำดับ)
  • พระอุปัชฌาย์สวมอังสะให้แก่นาค ให้น้อมรับยกมือขวา สอดเข้าไปในอังสะแล้วประนมมือ
  • ผู้อุปสมบทออกไปครองผ้าไตรจีวร เมื่อพระอุปัชฌาย์ชักอังสะออกจากชุดผ้าไตรสวมให้แล้ว สั่งให้ออกไปครองไตรจีวร
  •  ครั้นเสร็จแล้วเข้าไปหา บิดามารดาเพื่อรับประเคน บาต รับประเคนแล้ววางไว้ด้านซ้ายแล้วขอศีลจากพระกรรมวาจาจารย์ เปล่งวาจา ขอสรณะและศีล ดังนี้ ...
          คำขอสรณคมน์ และศีล
  • อุกาสะ วันทามิ ภันเต,                              ขอโอกาส กระผมขอกราบไหว้ท่าน ขอรับ,
  • สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,               ขอท่านได้โปรดอดโทษทั้งปวง แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,       กระผมสร้างบุญอะไรไว้ ขอท่านผู้เป็นนายพึงอนุโมทนา,
  • สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,           ท่านบำเพ็ญบุญอะไรไว้ พึงให้แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ.                              กระผม ขออนุโมทนาบุญ,
  • อุกาสะ การุญญัง กัตวา                             ขอโอกาส ขอท่านโปรดอนุเคราะห์,
  • ติสะระเณนะ สะหะ สีลานิ เทถะ เม ภันเต             ให้สรณคมน์ และศีล แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • (นั่งคุกเข่า ประนมมือ กล่าวว่า)
  • อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ,                  กระผมขอสรณคมน์ และศีล ขอรับ
  • ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ,         กระผมขอสรณคมน์ และศีล แม้ครั้งที่สอง ขอรับ
  • ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.        กระผมขอสรณคมน์ และศีล แม้ครั้งที่สาม ขอรับ
  • พระอาจารย์ กล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัย ให้นาคธรรมทายาทกล่าวตาม ดังนี้
  • นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต              สัมมาสัมพุทธัสสะขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลสตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง
  • (กล่าว ๓ หน)
  • พระอาจารย์ กล่าวว่า ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ               "เธอ จงกล่าวตามเรา"
  • ให้นาคธรรมทายาท กล่าวรับว่า อามะ ภันเต                      " ขอรับ กระผม"
  • จากนั้นพระอาจารย์จะให้สรณคมน์ และศีล ให้นาคธรรมทายาทกล่าวตามทีประโยค ดังนี้
  • พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,                            กระผม ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
  • ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,                            กระผม ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง
  • สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,                            กระผม ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
  • ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,                   กระผม ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สอง
  • ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,                   กระผม ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สอง
  • ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,                   กระผม ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สอง
  • ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,                  กระผม ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สาม
  • ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,                  กระผม ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สาม
  • ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ                    กระผม ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สาม
  • พระอาจารย์ กล่าวว่า                      ติสะระณะคะมะนัง นิฎฐิตัง           "ไตรสรณคมน์ จบแล้ว"
  • ให้สามเณรธรรมทายาท กล่าวรับว่า        อามะ ภันเต                           "ขอรับ กระผม"
  • เมื่อรับไตรสรณคมน์จบถือได้ว่านาคธรรมทายาทได้เป็นสามเณรโดยสมบูรณ์ (การบรรพชาสามเณรสำเร็จเมื่อนาค กล่าว ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ )   
  • แต่สามเณรต้องรักษาศีล๑๐ ดังนั้นพระอาจารย์จะกล่าวนำให้สมาทานศีล ทีละตอน
  • ให้สามเณรกล่าวตาม ดังนี้
  • ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.                         กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการ ฆ่าสัตว์
  • ๒. อะทินนาทานา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.                        กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการ ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
  • ๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.                      กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการ ประพฤติ ไม่ประเสริฐ ( เสพเมถุน )
  • ๔. มุสาวาทา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.                             กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการ พูดเท็จ
  • ๕. สุรา เมระยะ มัชชะ ปะมาทัฏฐานา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.      กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการ ดื่มน้ำเมาคือสุรา และเมรัย
  • เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
  • ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.                        กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการ บริโภคอาหาในเวลาวิกาล
  • ๗. นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะทัสสะนา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.      กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการ ฟ้อนรำขับร้องประโคมและดูการละเล่น
  • ๘. มาลา คันธะ วิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.    กระผม ขอสมาทานสิกขาบท
  •  งดเว้นจากการทัดทรงดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้
  • ๙. อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.           กระผม ขอสมาทานสิกขาบทงดเว้นจากการนอนบนที่นอนสูงที่นอนใหญ่
  • ๑๐. ชาตะรูปะ ระชะตะ ปะฏิคคะหะณา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.    กระผม ขอสมาทานสิกขาบท งดเว้นจากการรับทอง และเงิน
  • พระอาจารย์ กล่าวนำว่า อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ.               กระผม ขอสมาทานสิกขาบท ๑๐ นี้ 
  • ให้สามเณรธรรมทายาท กล่าวตาม ดังนี้
  • อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. (กล่าว ๓ หน)                      กระผมขอสมาทานสิกขาบท ๑๐ นี้
  • เสร็จแล้วให้สามเณรคลานเข้าไปประเคน บาต พระอุปัชฌาย์ๆ รับแล้วนำดอกบัวออกถวายพระพุทธ แล้วให้น้อมตัวรับบาตจากพระอุปัชฌาย์
  • คำขอนิสสัย
  • อุกาสะ วันทามิ ภันเต,                                    ขอโอกาส กระผมขอกราบไหว้ท่าน ขอรับ,
  • สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,                     ขอท่านได้โปรดอดโทษทั้งปวง แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,             กระผมสร้างบุญอะไรไว้ ขอท่านผู้เป็นนายพึงอนุโมทนา,
  • สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง,                  ท่านบำเพ็ญบุญอะไรไว้ พึงให้แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ,
  • สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ.                                    กระผม ขออนุโมทนาบุญ,
  • อุกาสะ การุญญัง กัตวา                                  ขอโอกาส ขอท่านโปรดอนุเคราะห์,
  • นิสฺสะยัง เทถะ เม ภันเต,                                 ให้นิสสัย แก่กระผมด้วยเถิด ขอรับ
  • (นั่งคุกเข่า ประนมมือ กล่าวว่า)
  • อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.                          กระผม ขอนิสสัย ขอรับ
  • ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.                 กระผม ขอนิสสัย แม้ครั้งที่สอง ขอรับ
  • ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.                กระผม ขอนิสสัย แม้ครั้งที่สาม ขอรับ
  • กล่าวขออุปัชฌาย์ต่อทันที
  • อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ.                              ขอท่านเป็นอุปัชฌาย์ ของกระผมเถิด ขอรับ
  • (กล่าว ๓ หน)
  • พระอุปัชฌาย์กล่าวว่า สามเณรกล่าวรับว่า
  • โอปายิกัง                                              ชอบแก่อุบาย
  • พึงรับว่า            อุกาสะ สัมปะฎิฉามิ                ขอโอกาส
  • ปะฏิรูปัง                                                สมควร 
  • พึงรับว่า            สัมปะฎิฉามิ
  • ปาสาทิเกนะ สัมปาเทถะ                                 จงยังความปฏิบัติให้ถึงพร้อมด้วยอาการอันน่าเลื่อมใส 
  • พึงรับว่า            สัมปะฎิฉามิ
  • จากนั้น ให้สามเณรกล่าวต่อไปว่า
  • อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร.    ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พระเถระย่อมเป็นภาระของกระผม,แม้กระผมย่อมเป็นภาระของพระเถระ.
  • (กล่าว ๓ หน)
  • พระอุปัชฌาย์กล่าวอนุศาสน์และบอก อัฐบริขาร ๘ คือ ผ้า ๔ คือสบง จีวร สังฆาฏิ ประคดคาดเอว เหล็ก ๓ คือบาตร มีดโกน เข็ม น้ำ ๑ คือธมกรก
  • ผู้อุปสมบท แล้วบอกบาตรและจีวรต่อไป
  • ปะฐะมัง อุปัชฌัง คาหาเปตัพโพ อุปัชฌัง คาหาเปตะวา ปัตตะจีวะรัง อาจิกขิตตัพพัง.
  • อะยันเต ปัตโต                                      (นี้บาตรของเธอ) 
  • พึงรับว่า             อามะ ภันเต                    (ขอรับ กระผม)
  • อะยัง สังฆาฏิ                                       (นี้ผ้าสังฆาฏิ)(ผ้าซ้อน)
  • พึงรับว่า             อามะ ภันเต                    (ขอรับ กระผม)
  • อะยัง อุตตะราสังโฆ                                  (นี้ผ้าจีวร)(ผ้าห่ม)
  •  พึงรับว่า             อามะ ภันเต                    (ขอรับ กระผม)
  • อะยัง อันตะระวาสะโก                                 (นี้ผ้าสบง)(ผ้านุง)
  • พึงรับว่า              อามะ ภันเต                     (ขอรับ กระผม)
  • พระอุปัชฌาย์กล่าวอนุศาสน์และให้คลานออกไปเมื่อพ้นระยะพระลำดับให้ลุกขึ้นยืนประนมมือ ไปที่ผนังโบสถ์แล้วประนมมือรอคู่สวด
  • ผู้อุปสมบทออกไปยืนอยู่ในที่กำหนดไว้
  • พระอาจารย์สวดสอนซ้อม
  • พระอาจารย์กล่าวว่า คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฎฐาหิ
  •  ให้ผู้อุปสมบทพึงลุกขึ้น ไปยืนอยู่ในที่ กำหนดไว้ เพื่อพระอาจารย์ท่านสมมติตนเป็นผู้สอนซ้อม แล้วออกไป สวดถามอันตรายิกธรรม
  • (พึงรับว่า นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง, อามะ ภันเต ๘ ครั้ง)
  • ยืนรอผู้สอนซ้อม
  • พระคู่สวดบอกว่า                   สามเณรกล่าวรับว่า
  • กุฏฐัง (โรคเรื้อน)                 นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
  • คัณโฑ (โรคฝี)                    นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
  • กิลาโส (โรคกลาก)                นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
  • โสโส (โรคม่องคร่อ - โรคหืด)    นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
  • อะปะมาโร (โรคลมบ้าหมู)         นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
  • มะนุสโสสิ๊ (เธอเป็นมนุษย์หรือ)     อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • ปุริโสสิ๊ (เธอเป็นชายหรือ)          อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • ภุชิสโสสิ๊ (เธอเป็นไทมิใช่ทาสหรือ)  อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • อะนะโณสิ๊ (เธอไม่มีหนี้หรือ)        อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • นะสิ๊ ราชะภะโฏ (เธอไม่ใช่ราภัฏหรือ) อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ(บิดามารดาเธอนุญาตแล้วหรือ)           อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊(เธออายุครบยี่สิบปีแล้วหรือ)              อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง(บาตรจีวรของเธอครบแล้วหรือ)        อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
  • กินนาโมสิ อะหัง ภันเต .... นามะ(เธอชื่ออะไร)        อะหังภันเต ..........นามะ  กระผมชื่อ.........ขอรับ)
  • โก นามะ เต อุปัชฌาโย                                  อุปัชฌา โย เม ภันเต, อายัสมา กันตาจารี นามะ(พระอุปัชฌาย์ของกระผมชื่อ  ผู้มีมารยาทน่ารัก  ขอรับ)
  • เปล่งวาจาของอุปสมบท หลังจากสวดสอนซ้อมแล้ว ผู้อุปสมบทพึงเข้าไปในสังฆสันนิบาต กราบลง ตรงหน้าพระอุปัชฌายะ ๓ หน แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือ กล่าววาจาของอุปสมบท ดังนี้...
  • คำขออุปสมบท
  • สังฆัมภันเต, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,                        กระผม ขอการอุปสมบทต่อสงฆ์
  • อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ.        ขอสงฆ์โปรดอนุเคราะห์ ยกกระผมขึ้นสู่ความเป็นภิกษุด้วยเถิดขอรับ
  • ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,              กระผม ขอการอุปสมบทต่อสงฆ์ แม้ครั้งที่สอง
  • อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ.        ขอสงฆ์โปรดอนุเคราะห์ ยกกระผมขึ้นสู่ความเป็นภิกษุด้วยเถิดขอรับ
  • ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,             กระผม ขอการอุปสมบทต่อสงฆ์ แม้ครั้งที่สาม
  • อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ.        ขอสงฆ์โปรดอนุเคราะห์ ยกกระผมขึ้นสู่ความเป็นภิกษุด้วยเถิดขอรับ
  • (กราบ ๓ ครั้ง)
  • หลังจากผู้อุปสมบทกล่าวคำขออุปสมบทแล้ว พระอุปัชฌาย์กล่าวเผดียงสงฆ์
  • พระอาจารย์สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม
  • (รับว่า นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง, และ อามะ ภันเต ๘ ครั้ง)
  • *******
  • จากนั้นผู้อุปสมบทนั่งฟังสวดกรรมวาจาอุปสมบทจนจบ
  • กราบ ๓ ครั้ง
  • นั่งพับเพียงประนมมือฟังพระอุปัชฌาย์บอกอนุศาสน์ไปจนจบ
  • ผู้อุปสมบท กล่าวรับว่า อามะ ภัณเต
  • กราบพระอุปัชฌาย์ ๓ ครั้ง ถวายเครื่องไทยทานแด่พระอันดับ
  • จากนั้นฟังพระท่านอนุโมทนา พร้อมกรวดน้ำตั้งใจอุทิศบุญกุศลให้ผู้มีพระคุณ
  • แล้วประนมมือฟังอนุโมทนาจนจบ
  • กรวดน้ำ
  • ตั้งใจอุทิศบุญกุศล ให้แก่ผู้ล่วงลับ พร้อมไปกับหลั่งรินน้ำเป็น
  • เครื่องหมาย และเป็นเครื่องรวมกระแสจิตที่ตั้งใจอุทิศนั้นให้แน่วแน่;
  • เริ่มรินน้ำ เมื่อพระองค์หัวหน้าเริ่มสวดยถา รินน้ำหมดพร้อมกับ
  • พระหัวหน้าสวดยถาจบ และพระทั้งหมด เริ่มสวดพร้อมกัน
  • จากนั้นวางที่กรวดน้ำลง ประนมมือรับพรต่อไป;
  • คำกรวดน้ำอย่างสั้นว่า "อิทัง โน ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย " " ขอส่วนบุญนี้
  • จงสำเร็จแก่....(ออกชื่อผู้ล่วงลับ) และญาติทั้งหลายของข้าพเจ้าเถิด ขอญาติทั้งหลาย จงสุขเถิด
  • อนุโมทนารัมภคาถา
  • ยะถา วาริวะหา ปูรา | ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสมุทรสาคร
  • ปะริปูเรนติ สาคะรัง | ให้บริบูรณ์ได้ฉันใด
  • เอวะเมวะ อิโต ทินนัง | ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วในโลกนี้ ย่อมสำเร็จ
  • เปตานัง อุปะกัปปะติ | ประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว ได้ฉันนั้น
  • อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง | ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้ว ตั้งใจแล้ว
  • ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ | จงสำเร็จโดยฉับพลัน
  • สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา | ขอความดำริทั้งปวง (ของท่าน)
  • จันโท ปัณณะระโส ยะถา | จงเต็มที่เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ
  • มะณิ โชติระโส ยะถา | เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสว ควรยินดี
  • สัพพีติโย วิวัชชันตุ | ความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป
  • สัพพะโรโค วินัสสะตุ | โรคทั้งปวงของท่านจงหาย
  • มา เต ภะวัตวันตะราโย | อันตรายทั้งหลายอย่ามีแก่ท่าน
  • สุขี ทีฆายุโก ภะวะ | ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืน
  • อภิวาทะนะสีลิสสะ | นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน | จัตตาโร ธัมมา วัฒฒันติ | อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง |
  • พรสี่ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่บุคคล ผู้มีปกติไหว้กราบ มีปกติอ่อนน้อม (ต่อผู้ใหญ่) เป็นนิตย์ ด้วยประการฉะนี้แล
  •  อุปสมบทเดี่ยว
  • โส อัตถะลัทโธ
  • โส อัตถะลัทโธ สุขิโต,
  • ท่านชาย จงเป็นผู้มีประโยชน์ อันได้แล้ว ถึงแล้วซึ่งความสุข,
  • วิรุฬโห พุทธะสาสะเน,
  • เจริญในพระพุทธศาสนา,
  • อะโรโค สุขิโต โหหิ,
  • ไม่มีโรคถึงแล้วซึ่งความสุข,
  • สะหะ สัพเพหิ ญาติภิ,
  • พร้อมกับด้วยญาติทั้งหลาย,
  •   อุปสมบมคู่
  • เต อัตถะลัทธา สุขิตา,
  • ท่านทั้งหลาย ทั้งชายและหญิง, จงเป็นผู้มีประโยชน์อันได้แล้วถึงแล้วซึ่งความสุข,
  • วิรุฬหา พุทธะสาสะเน,
  • เจริญในพระพุทธศาสนา,
  • อะโรคา สุขิตา โหถะ,
  • ไม่มีโรคถึงแล้วซึ่งความสุข,
  • สะหะ สัพเพหิ ญาติภิ.
  • พร้อมกับด้วยญาติทั้งหลายทั้งชายและหญิง, จงรักษาศีลให้บริบูรณ์.
  •                                ขอความสุขความเจริญด้วยอำนาจแห่งพระคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบรรดาลให้มาเป็น จตุปัจจัย มี อายุ วรรณะ สุขะ พะละ
  •  ธรรมสาร สมบัติ ขอให้เงินทองไหลมาเทมาเหมือนน้ำพระคงคาไหลมาไม่ขาดสาย......เอวังโหตุ
  • อุกาสะ วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
  • มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง,
  • สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง, สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ. 
  • อุกาสะ การุญญัง กัตวา, ปัพพัชชัง เทถะ เม ภันเต.
  • อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ.
  • ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ.
  • ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ.
  • ( สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ,นิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ, อิมัง กาสาวัง คะเหตวา,
  • ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ. ) กล่าว 3 จบ (น้อมถวายผ้าไตรแก่พระอุปัชฌาย์แล้วประนมมือ ว่าต่อ)

  • ( สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ,นิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ, เอตัง กาสาวัง ทัตวา,
  • ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ. ) กล่าว 3 จบ

  • 3. มูลกัมมัฏฐาน

  • เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ (อนุโลม)
  • ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกสา (ปฏิโลม)

  • 4. คำขอสรณคมน์และศีล

  • อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.
  • ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.
  • ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.
  • พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัย ให้นาคกล่าวตาม
  • ( นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ )
  • กล่าว 3 จบ

  • พระอาจารย์กล่าวว่า “ยะมะหัง วะทามิตัง วะเทหิ”
  • ให้นาครับว่า “อามะ ภันเต”

  • จากนั้น พระอาจารย์ จะให้ สรณคมน์ และศีล
  • ให้นาคกล่าวตามดังนี้
  • พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
  • สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,
  • ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง
  • คัจฉามิ, ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,
  • ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง
  • คัจฉามิ, ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.
  • พระอาจารย์กล่าวว่า “ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง”
  • ให้นำครับว่า “อามะ ภันเต”


  • พระอาจารย์จะกล่าวนำศีล 10 ให้กล่าวตามทีละบท

  • 1. ปาณาติปาตา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 2. อะทินนาทานา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 3. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 4. มุสาวาทา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 5. สุรา เมระยะ มัชชะ ปะมาทัฏฐานา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 6. วิกาละโภชะนา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 7. นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะทัสสะนา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 8. มาลา คันธะ วิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี, สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 9. อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • 10. ชาตะรูปะ ระชะตะ ปะฏิคคะหะณา เวระมะณี,สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
  • ( อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ )
  • กล่าว 3 จบ แล้วกราบ 3 ครั้ง

  • 5. คำขอนิสัย

  • อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.
  • ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.
  • ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.
  • ( อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ ) กล่าว 3 จบ

  • พระอุปัชฌาย์กล่าวว่า สามเณรกล่าวรับว่า
  • ปะฏิรูปัง สาธุ ภันเต
  • โอปายิกัง สาธุ ภันเต
  • ปาสาทิเกนะ สัมปาเทถะ สาธุ ภันเต
  • เมื่อกล่าวรับจบ ให้สามเณรกล่าวต่อไปว่า
  • ( อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร )
  • กล่าว 3 จบ แล้วกราบ 3 ครั้ง'

  • 6. คำบอกบริขาร

  • พระอุปัชฌาย์กล่าวว่า สามเณรกล่าวรับว่า
  • อะยันเต ปัตโต อามะ ภันเต
  • อะยัง สังฆาฏิ อามะ ภันเต
  • อะยัง อุตตะราสังโฆ อามะ ภันเต
  • อะยัง อันตะระวาสะโก อามะ ภันเต

  • 7. คำถามอันตรายิกธรรม

  • พระคู่สวดถาม สามเณรตอบ
  • กุฏฐัง นัตถิ ภันเต
  • คัณโฑ นัตถิ ภันเต
  • กิลาโส นัตถิ ภันเต
  • โสโส นัตถิ ภันเต
  • อะปะมาโร นัตถิ ภันเต
  • มะนุสโสสิ๊ อามะ ภันเต
  • ปุริโสสิ๊ อามะ ภันเต
  • ภุชสิ โสสิ๊ อามะ ภันเต
  • อะนะโณสิ๊ อามะ ภันเต
  • นะสิ๊ราชะภะโฏ อามะ ภันเต
  • อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ อามะ ภันเต
  • ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊ อามะ ภันเต
  • ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง อามะ ภันเต
  • กินนาโมสิ อะหัง ภันเต ...(1)...นามะ
  • โก นามะ เต อุปัชฌาโย อุปัชฌาโย เม ภันเต
  • อายัสมา....(2)....นามะ
  • (1) บอกฉายาของตนเอง (2) บอกฉายาของพระอุปัชฌาย์

  • 8. คำขออุปสมบท

  • สังฆัมภันเต, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,
  • อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ.
  • ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,
  • อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ.
  • ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,
  • อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ.

  • 9. คำขอขมา

  • อุกาสะ, ดังข้าพเจ้าทั้งหลายจะขอวโรกาส,
  • กราบลาพ่อแม่ญาติพี่น้อง, ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย,
  • เพื่อบรรพชาอุปสมบท ณ บัดนี้,
  • ตลอดระยะเวลา, ที่ต่างต้องเวียนว่ายตายเกิด,
  • ถือกำเนิดในวัฏฏสงสาร, หากข้าพเจ้าทั้งหลาย,
  • ได้ประพฤติผิดพลาดล่วงเกิน, ต่อท่านทั้งหลาย,
  • ในที่ต่อหน้าก็ดี, ในที่ลับหลังก็ดี,
  • ทั้งมีเจตนาก็ดี, ทั้งไม่มีเจตนาก็ดี,
  • ที่ระลึกได้ก็ดี, ที่ระลึกไม่ได้ก็ดี,
  • นับตั้งแต่ร้อยชาติพันชาติ, หมื่นชาติแสนชาติก็ดี,
  • ทั้งในปัจจุบันชาติก็ดี, ขอท่านทั้งหลาย,
  • โปรดอโหสิกรรม, งดความผิดทั้งหลายเหล่านั้น,
  • ให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ผู้จะบรรพชาอุปสมบทในบัดนี้,
  • เพื่อความบริสุทธิ์, เพื่อความบริบูรณ์,
  • เพื่อความอยู่เป็นสุขในพรหมจรรย์, และเพื่อประโยชน์,
  • แก่การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย,
  • ในปัจจุบันชาตินี้ เทอญ ฯ