อันตรายิกธรรม

อันตรายิกธรรม (อ่านว่า อันตะรายิกะทำ) แปลว่า ธรรมที่เข้ามาในระหว่าง, ธรรมอันกระทำอันตราย คือสิ่งที่สอดแทรกเข้ามาขัดขวางกลางคัน


อันตรายิกธรรม หมายถึงสาเหตุที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการทำความดี ต่อการบรรลุธรรม เป็นต้น มี 5 อย่าง คือ กรรม กิเลส วิบาก อุปวาทะ (การใส่ร้ายพระอริยะ) และอาณาวีติกกมะ (การต้องอาบัติ) เช่นการฆ่าบิดาเป็นต้น ซึ่งเป็นอนันตริยกรรมเป็นสาเหตุขัดขวางให้ผู้ทำบรรลุนิพพานไม่ได้ มิจฉาทิฐิซึ่งเป็นกิเลสเป็นเหตุขัดขวางมิให้เข้าถึงคุณความดีใดๆ กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือผู้พิการบางประเภทเป็นต้น ซึ่งเป็นวิบากกรรมเป็นเหตุขัดขวางให้อุปสมบทไม่ได้ การใส่ร้ายพระอริยะเป็นสาเหตุขัดขวางให้บรรลุธรรมขั้นสูงไม่ได้ และการต้องอาบัติเป็นเหตุขัดขวางมิให้เข้าหมู่คณะได้ตามปกติเป็นต้น


อุปสัมปทาเปกข์พึงประนมมือ เดินเข่าถอยหลังออก พอพ้นเขตสงฆ์แล้ว ยืนหันหลังประนมมือเดินไปทางหน้าพระอุโบสถ อย่าเหยียบผ้าอาสนะผืนเล็กที่ปูไว้ และหันหน้าเข้าหาพระประธาน ครั้นแล้วพระกรรมวาจาจารย์ และพระอนุสาวนาจารย์จะสวดสมมติตน แล้วออกไปถามอันตรายิกธรรม เมื่อท่านถาม พึงตอบดังนี้

ถาม - กุฏฐัง (เธอเป็นโรคเรื้อนหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต (ไม่ใช่ครับ) ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม - คัณโฑ (เธอเป็นโรคฝีชนิดเป็นทั่วตัวหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม - กิลาโส (เธอเป็นโรคกลากหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม - โสโส (เธอเป็นโรคมองคร่อ คือ มีเสมหะแห้งอยู่ในก้านของหลอดลมหรือไม่) มองคร่อ [-คฺร่อ] น. โรคหลอดลมโป่งพอง มีเสมหะแห้งอยู่ในช่องหลอดลม ทําให้มีอาการไอเรื้อรัง ห้ามผู้ที่เป็นโรคนี้บวชเป็นภิกษุ. (อ. bronchiectasis); โรคทางเดินหายใจในสัตว์กีบเดียววงศ์ Equidae มีอาการไข้สูง เป็นฝีที่ต่อมน้ำเหลืองใต้คางและบริเวณคอหอยอาจติดต่อถึงคนได้, เขียนเป็น มงคล่อ ก็มี. (อ. strangles).

ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม - อะปะมาโร (เธอเป็นโรคลมบ้าหมูหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม - มะนุสโสสิ๊ (เธอเป็นมนุษย์ ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต (ใช่ครับ) ปรารภเหตุพญานาคแปลงมาบวชเพื่อที่จะได้มีบุญ พ้นจากกำเนิดพญานาค แต่กำเนิดพญานาคมีความไม่งอกงามในพระธรรมวินัยนี้เป็นธรรมดา

ถาม - ปุริโสสิ๊ (เธอเป็นผู้ชาย ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภเหตุบัณเฑาะก์ คนลักเพศ คนสองเพศออกบวช(ผู้ที่มีอัวยวะเพศชาย และ หญิง ในตัวคนเดียวกัน ไม่ใช่ กะเทย แบบในปัจจุบัน) ทำให้เกิดความวุ่นวายและติเตียนในหมู่สงฆ์

ถาม - ภุชิสโสสิ๊ (เธอเป็นไทแก่ตัวเอง ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภเหตุทาสหนีออกบวชแล้วเจ้านายมาเจอตอนเป็นพระภิกษุแล้ว ทำให้ชาวบ้านติเตียนว่า ทาสหนีออกบวชทำให้พระศาสนามัวหมอง

ถาม - อะนะโณสิ๊ (เธอไม่เป็นหนี้ใคร ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภเหตุลูกหนี้ออกบวชแล้วเจ้าหนี้มาเจอตอนเป็นพระภิกษุแล้ว ทำให้ชาวบ้านติเตียนว่า ลูกหนี้หนีออกบวชทำให้พระศาสนามัวหมอง

ถาม - นะสิ๊ ราชะภะโฏ (เธอไม่ใช่ข้าราชการที่ยังมีภาระต้องรับผิดชอบ ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ผู้ ทูลขอเรื่องนี้คือ พระเจ้าพิมพิสาร ปรารภเหตุเหล่าข้าราชการ ทหารหนีออกบวชเมื่อข้าราชการเหล่านั้นถูกส่งไปปราบปรามความไม่สงบที่ชายแดน แคว้นมคธ

ถาม - อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ (บิดา มารดาของเธออนุญาต ใช่ไหม)ตอบ- อามะ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือพระเจ้าสุทโธนะพุทธบิดา ปรารภเหตุการออกบวชของสามเณรราหุล

ถาม - ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊ (เธออายุครบ ๒๐ ปี ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภ เหตุพวกเด็กชายสัตตรสวัคคีย์บวช แต่ด้วยความที่เป็นเด็กจึงไม่สามารถอดทนต่อความเย็น ร้อน หิว กระหาย ไม่อดกลั้นต่อสัมผัส ฯลฯ ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในหมู่สงฆ์

ถาม - ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง (เธอมีบาตรและจีวรครบ ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภ เหตุภิกษุบวชกุลบุตรผู้ไม่มีทั้งบาตรทั้งจีวร หลังบวชแล้วภิกษุผู้บวชใหม่ก็เปลือยกาย เที่ยวรับบิณฑบาตด้วยมือ คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน

ถาม - กินนาโมสิ (เธอชื่ออะไร) ตอบ- อะหัง ภันเต [ฉายาทางพระของผู้บวช] นามะ (กระผมชื่อ....)

ถาม - โก นามะ เต อุปัชฌาโย (พระอุปัชฌาย์เธอชื่ออะไร) ตอบ- อุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสมา [ฉายาทางพระของพระอุปัชฌาย์] นามะ (พระอุปัฌาย์กระผมชื่อ....)