การพิจรณาปัจจเวก ๔

 

สำหรับพระบวชใหม่ขอให้พึงระรึก พิจรณา ปัจจเวก คือการพิจารณา พิจารณาด้วยปัญญา วิธีการพิจารณาปัจจเวกขณะทั้ง ๔ อย่างคือ จีวร บิณฑบาต  เสนาสนะ และเภสัชหรือเรียกว่า ปัจจเวกขณสุทธิ คือ  การบริสุทธิ์ด้วยการพิจารณาก่อนที่จะใช้สอย ปัจจัย ๔ หรือ เรียกว่า ปัจจัยสันนิสสิตศีล   อันเป็นศีลที่พระภิกษุ ที่พิจารณาปัจจัยที่ได้มาก่อนจึงใช้สอย  เหตุผลที่ทรงแสดงการพิจารณาสิ่งที่ได้มาก่อนแล้วค่อยบริโภคใช้สอยเพื่อไม่ให้กิเลส อาสวะท้งหลายเกิดในการใช้สอย ปัจจัยที่ได้มา อันเป็นการปิดกั้นกิเลส อาสวะทั้งหลายที่จะเกิดในปัจจุบัน ที่จะเกิดเพราะสิ่งที่ได้มา   พระพุทธองค์ทรงแสดงศีล คือปัจจัยสันนิสสิตศีล เพื่อพิจารณาด้วยปัญญา  ย่อมบริสุทธิ์ด้วยการพิจารณาด้วยปัญญาเป็นปัจจเวกขณสุทธิ ซึ่งปัจจัยก็มี ๔ มีจีวร บิณฑบาต   เสนาสนะและเภสัช  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของปัญญาในการพิจารณา 

 ปัจจัย   ๔ ที่ได้มาแล้วใช้สอย พิจารณาด้วยปัญญา 

   ภิกษุใหม่ควรพิจรณาก่อน ห่มจีวร ว่า

ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ,                                 เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว นุ่งห่มจีวร

ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตาย,                                       เพียงเพื่อบำบัดความหนาว

อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ,                                               เพื่อบำบัดความร้อน

ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ,           เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจาก เหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย

ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถังฯ                                 และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะอันทำให้เกิดความละอาย

.............................................................................

ภิกษุใหม่ควรพิจรณาก่อน ฉันบินฑบาต ว่า

ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ,              เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต

เนวะ ทวายะ,                                ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน

นะ มะทายะ ,                                ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเมามัน เกิดกำลังพลังทางกาย

นะ มัณฑะนายะ ,                            ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ

นะ วิภูสะนายะ,                               ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง

ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา,           แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้ แห่งกายนี้

ยาปะนายะ,                                  เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ

วิหิงสุปะระติยา,                              เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย

พรัหมะจะริยานุคคะหายะ,                     เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์

อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ,          ด้วยการทำอย่างนี้ เราย่อมระงับเสียได้ซึ่งทุกขเวทนาเก่าคือความหิว

นาวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ,           และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น

ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติฯ    อนึ่งความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตภาพนี้ด้วยความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย และความเป็นอยู่โดยผาสุขด้วยจักมีแก่เราดังนี้

...............................................................................................................................

ภิกษุใหม่ควรพิจรณาก่อน นั่ง  เดิน จำวัด กุฎิที่พักอาศัย ว่า

ปะฏิสังขา โยนิโส เสนาสะนัง ปะฏิเสวามิ,                       เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วใช้เสนาสนะ

ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ,                                เพียงเพื่อบำบัดความหนาว

อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ,                                         เพื่อบำบัดความร้อน

ฑังสะมะกะสะวาตา ตะปะสิริง สะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ,    เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจาก เหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย

ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถังฯ          เพียงเพื่อบรรเทาอันตรายอันจะพึงมีจากดิน ฟ้า อากาศ และเพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ได้ในที่หลีกเร้นสำหรับภาวนา

...............................................................................................................................

ภิกษุใหม่ควรพิจรณาก่อน ฉันยารักษาโรค ต่างๆ ว่า

ปะฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขารัง ปะฏิเสวามิ,      เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว บริโภคเภสัชบริขารอันเกื้อกูลแก่คนไข้

ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ,   เพียงเพื่อบำบัดทุกขเวทนาอันบังเกิดขึ้นแล้วมีอาพาธต่าง ๆ เป็นมูล

อัพยาปัชฌะปะระมะตายาติฯ                                       เพียงเพื่อความเป็นผู้ไม่มีโรคเบียดเบียนเป็นอย่างยิ่งดังนี้แล.